ตอนที่ 3 การกำจัดเฟดเดอร์ ลีไลยูเชนโก
คุณไม่แคร์เธอเลยหรือไง หญิงสาวหันไปบอกเสียงต่ำ เมื่อแน่ใจว่าพ้นระยะสายตาและการได้ยินของเวโรนิก้า
อันที่จริงแล้วผมแคร์เธอนะ เฟดเดอร์ก้มลงบอก
ผู้ชายคนนี้ชอบทำหน้าตายหรือบางครั้งเข้าขั้นดุ แต่มีดวงตาที่ยิ้มได้อย่างที่มาดามคาปินว่าเอาไว้จริงๆ และเธอไม่ชอบใจเลยที่ความจริงนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ถ้าเขาดูเหมือนคนเจ้าชู้ทั่วไปเธอคงจัดการได้ง่ายกว่ามาก
โวล์ฟเคยเอ่ยถึงเรื่องของเฟดเดอร์ให้คนในครอบครัวได้ยินอย่างน้อยครั้งหรือสองครั้งว่า เพื่อนสนิทของเขาแทบไม่เคยคบหากับผู้หญิงคนไหนออกนอกหน้าเฟดเดอร์ไม่ได้ใช้ผู้หญิงเปลือง แต่ก็ไม่ได้เก็บใครไว้นานพอที่จะทำให้สาวๆ พวกนั้นมีความหวัง นั่นเป็นประโยคไม่กี่ประโยคที่เธอพอจำได้
เธอไม่แน่ใจว่า แคร์ มีความหมายกับคนอย่างเขามากขนาดไหน ดูอย่างวันนี้เขามางานกับเธอ แสดงออกจนใครต่อใครเข้าใจผิดไปหมด ทั้งที่รักอยู่กับเวโรนิก้า แต่ทำราวกับว่าจิตแพทย์สาวไม่ได้อยู่ในงานด้วย
ถามหน่อยว่าระหว่างที่กำลังคบกับเธอ คุณมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับใครอื่นด้วยหรือเปล่า
คุณกำลังถามว่า ผมมีเมียเก็บหรือเปล่า
ผิวหน้าของเธอร้อนขึ้นนิดๆ กับการย้อนถามตรงๆ ด้วยสีหน้าที่เธอไม่อาจคาดเดาอารมณ์คนพูดถูก แล้วมีหรือเปล่าล่ะคะ
เรื่องนั้นสำคัญกับคุณเหรอจ๊ะ คุณหมอ
ในฐานะจิตแพทย์ส่วนตัวของคุณ ฉันคิดว่ามีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องส่วนตัวของคุณทุกอย่าง ความร่วมมือในการรักษาและสภาพแวดล้อมของผู้ป่วยเป็นส่วนสำคัญที่ต้องประเมินร่วมด้วยทุกครั้งในการพยากรณ์โรคค่ะ
เป็นเหตุผลที่ดี ถ้าคุณหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ
ฉันต้องหมายความว่าอย่างนั้นแน่ เธอรีบร้อนตอบเร็วเกินไป และหน้าร้อนวูบกับสายตาที่เขาใช้มองมา
ถ้าจำไม่ผิด ผมมักจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่างที่คุณว่ามาเสมอ แต่ผมไม่ได้เรียกพวกเธอว่าเมียเก็บ
อย่างกับเธอสนงั้นแหละ ว่าเขาจะเรียกพวกหล่อนว่าอะไร! แม้แต่ตอนที่กำลังคบกับเวโรนิก้าน่ะเหรอคะ
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง จะต้องรู้ให้ได้จริงๆ ใช่มั้ย
ร่างที่เครียดเกร็งด้วยความคาดหวังรีบหันหลังหนี เกือบแสยะยิ้มอย่างที่เคยชินกับคนในครอบครัวแต่ห้ามเอาไว้ทัน เสตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ถ้าคุณลำบากใจขนาดนั้น ฉันก็ไม่ก้าวก่ายหรอกค่ะ
ถ้าอยากรู้เป็นการส่วนตัวก็ขอร้องสิ ผมคงห้ามใจไม่ให้บอกคุณไม่ไหวแน่ เมอา
ที่ว่ามานั่นคงเป็นความหลงตัวอย่างเพศชายแท้ๆ น่ะสิ พี่ชายฉันก็มีปัญหาเดียวกับคุณนั่นแหละ มนพัทธ์หันหลังเดินไปที่โต๊ะวางอาหารอย่างขุ่นเคือง โดยที่เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินตามหลังมาอย่างไม่รีบร้อน
เธอแอบปรายตาไปมองเมื่อตักอาหารใส่จานใบเล็กๆ เห็นสตรีสาวสวยคนหนึ่งผวาเข้าไปใกล้ร่างใหญ่ ยกมือข้างที่ไม่ได้ถือแก้วไวน์แตะแขนของเขาด้วยสีหน้าปลาบปลื้มราวกับได้เข้าเฝ้าเชื้อพระวงศ์ของยุโรป ส่งทั้งภาษากายและภาษาพูดเพื่อเฟลิร์ตกับเขาอย่างออกนอกหน้าโดยไม่แคร์สายตาคนอื่น
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ความหลงตัวของเฟดเดอร์ ลีไลยูเชนโกไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ!
คุณหมอเมอา
มิสเตอร์เอสโฮวา มนพัทธ์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าภาพที่มายืนอยู่ข้างๆ แล้วรีบยิ้มตอบเขา
คุณชอบงานเลี้ยงที่นี่หรือเปล่าครับ
งานของคุณสนุกมาก อาหารกับเครื่องดื่มก็เยี่ยม ฉันแน่ใจว่าแขกทุกคนจะพอใจค่ะ เธอตอบเลี่ยงๆ ไม่อยากบอกว่าอยากกลับเต็มที่ และไม่ได้มาที่นี่เพราะความเต็มใจสักนิด
คุณเป็นผู้หญิงสวยน่ารักที่มีน้ำใจ เขาหัวเราะเสียงดังจนเธออดยิ้มกว้างไม่ได้
เป็นคำชมที่ฟุ่ยเฟือยสำหรับคนที่เพิ่งพบกันนะคะ
แต่ก็ไม่ใช่คำชมที่เกินจริง ผมไม่ได้ตาบอดจนมองไม่เห็นว่าคุณไม่ได้อยากเข้ามาที่นี่กับเฟดเดอร์
เป็นการหลอกถามด้วยสีหน้าแสดงความเห็นใจ มนพัทธ์เลยยิ้มน่ารักให้ด้วยนัยน์ตาใสซื่อ เรามีเรื่องถกเถียงกันนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องการรักษาตัวของเขา โปรดเชื่อฉันเถอะค่ะ ว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอย่างที่คิด
งั้นคุณก็เป็นจิตแพทย์ส่วนตัวของเขาจริงๆ
จะเป็นอย่างอื่นได้ยังไงล่ะคะ หญิงสาวหัวเราะเสียงใส
โปรดอภัยให้กับความสงสัยของผมด้วยนะครับ ผมเพียงแต่อยากถามให้แน่ใจว่าคุณหมอยังเป็นโสดอยู่จริงๆ เขาทำตาเจ้าชู้ตาพราวพรายและทำได้ดีจนเธอเผลอยิ้ม เฟดเดอร์ไม่เคยพลาดผู้หญิงที่เขาต้องการ
ฉันยังไม่ได้บอกคุณใช่ไหมคะ ว่าลูกชายของฉัน
เธอยิ้มหวานภาคภูมิด้วยสีหน้าของมารดาผู้บูชาลูก ...เกรกเกอรี อายุจะแปดขวบสิ้นปีนี้แล้ว
คุณต้องแกล้งทำให้ผมอกหักแน่ เขาอุทาน ใบหน้าเหยเกน่าสงสารจนเธอหัวเราะ ยกมือขึ้นตบมือของเขาเบาๆ อย่างขบขันฉันเพื่อน
ฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นได้แน่
ท่าทางพวกคุณจะคุ้นเคยกันเร็วดีนะ เสียงห้าวเจือแววเยาะหยันดังอยู่เหนือเรือนผมของเธอจนหญิงสาวสะดุ้ง ถึงอย่างนั้นมนพัทธ์ก็รับรู้ถึงความพึงพอใจของโจเอคิมราวกับเขาเฝ้ารอนาทีนี้อยู่แล้ว
นายมาพอดี คุณหมอเมอาเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก เสียดายที่เธอมีครอบครัวแล้ว
อย่างนั้นรึ เฟดเดอร์เลิกคิ้ว ก้มลงมองคุณหมอสาวที่หยิบจานอาหารเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาพร้อมแก้วเครื่องดื่มใบใหม่ที่บริกรเดินโฉบผ่าน
ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ฉันอยากไปนั่งรับลมแถมม้าหินตรงระเบียงข้างนอกสักครู่แล้วจัดการไอ้นี่ รู้สึกมึนๆ หัวน่ะค่ะ
ผมจะตามไป
เธอจิ้มอาหารด้วยไม้เล็กๆ เข้าปากเป็นคำสุดท้ายเมื่อร่างสูงใหญ่เดินมาถึงพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ เขานั่งลงบนเก้าอี้หินข้างเธอ ซึ่งมองเข้าไปเห็นห้องจัดเลี้ยงและผู้คนด้านในได้ถนัดตา หญิงสาวเลยเพิ่งเห็นว่าเวโรนิก้ากำลังยืนคุยกับโจเอคิมด้วยท่าทางสนิทสนม
เป็นมุมที่ดีนะคะ เธอชวนคุยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศความเป็นศัตรู เมื่อไหร่ฉันจะกลับได้เสียที
นึกยังไงถึงบอกโจเอคิมว่ามีลูกแล้ว เขาถามไปอีกเรื่อง
ฉันควรจะต้องอับอายกับลูกชายของตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ
ไม่ค่อยมีใครรีบปฏิเสธหมอนี่หรอก ชายหนุ่มหันมามองเธออย่างพินิจ
คงเป็นทัศนะที่สะท้อนมาจากตัวคุณเอง คุณหมอสาวยิ้มหวาน ถามหน่อยสิคะ ว่าระหว่างที่คุณกำลังคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง คุณได้เที่ยวส่งข้าวของให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งไปพร้อมๆ กันหรือเปล่า
ถามออกไปแล้วก็ตกใจกับคำถามที่ทั้งแดกดัน และเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อดวงตาสีบลูแซฟไฟร์ของเขาเข้มขึ้นจนเธอนึกอยากกัดลิ้นตัวเองเสียให้ขาด ถูกล่ะที่เธอไม่ได้มีประสบการณ์ที่ดีกับเขานัก แต่ตอนนี้เธอเป็นจิตแพทย์ของเขาและควรทำตัวให้เป็นมืออาชีพมากกว่านี้ นี่ถ้าเขาโกรธจนบีบคอเธอ มนพัทธ์ก็คงยอมรับผลแต่โดยดี
ขอโทษค่ะ อ้อมแอ้มบอกโดยที่ตาจับอยู่กับจานอาหารในมือ
คุณพูดเหมือนกำลังหึงหวง เฟดเดอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉื่อย อันที่จริงผมแทบไม่เคยเลือกซื้อข้าวของส่งให้ผู้หญิงคนไหนเหมือนที่ทำให้เมอา
มนพัทธ์เหลือบตามองชายหนุ่ม นึกสงสัยว่า แล้วข้าวของพวกนั้นล่ะ หลังจากที่เธอส่งคืน เขาเก็บมันไว้ที่ไหน หรือเอาไปกำนัลให้ใครต่อ แต่หากถามออกไปก็ดูเหมือนจะบ่งบอกว่าเธอสนใจเกินความจำเป็น
เขาพยายามหยิบยื่นข้อเสนอให้เธออยู่ถึงเจ็ดเดือน โดยที่ทั้งคู่ไม่เคยพูดคุยกัน เฟดเดอร์อาจจะเล่นเกมเพื่อให้ได้ตัวเธอในขณะที่เขาคบกับผู้หญิงอื่นอยู่ด้วย แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่ได้ประกาศตัวว่ามีคู่รักอย่างเป็นทางการ
เขาอาจจะคิดว่าตนเองยังโสด และมีสิทธิ์แสวงหาความพึงพอใจส่วนตัวจนกว่าจะแต่งงานกับใครสักคน
เธอเองควรลืมโน้ตบ้าๆ กับของขวัญครั้งสุดท้ายซึ่งทำให้ตัวเองไขว้เขวชิ้นนั้นซะ แล้วจดจ่ออยู่กับงาน
การรื้อฟื้นไม่เป็นผลดีต่อใคร โดยเฉพาะเมื่อเขาไม่มีทีท่าจะเอ่ยถึงมัน ยิ่งตอนนี้พวกเขาต้องมาเกี่ยวข้องกันด้วยเรื่องงาน เธอเป็นจิตแพทย์ส่วนตัวของเขา เรื่องส่วนตัวของทั้งคู่ควรจะวางลงไว้ก่อน
ฉันคิดว่าเราเริ่มต้นไม่ค่อยดี เราอย่าพูดเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นใหม่ดีไหมคะ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่พยายามทำตัวเกินเลยกับฉันอีก หญิงสาวยื่นข้อเสนอประนีประนอม
แต่สิ่งที่เขาตอบแทนกลับมาน่ะหรือ ผมห้ามใจไม่ได้น่ะสิ คุณหมอ
โธ่เอ๊ย! เลิกทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงพวกนั้นเสียทีสิ
พวกไหนจ๊ะ
มนพัทธ์อยากยกมือขึ้นขยุ้มหัว หรืออีกทีก็ตะกุยใบหน้าไร้ความรู้สึกให้เป็นลายพาดกลอนเหมือนเสือโคร่งไซบีเรียไปเลย พวกที่คุณสนุกด้วย ไม่ได้คิดจริงจัง ส่งของกำนัลไปหาเพื่อเสนอค่าตัวให้เขาน่ะสิ
ผมจริงจัง อยากได้ตัวคุณหมอจนตัวสั่น ไม่งั้นจะเสนอของพวกนั้นให้ทำไม เฟดเดอร์ท้วง มองหน้าเธอเหมือนสมองของเธอกลวงใช้งานไม่ได้
ฉันไม่ได้หมายถึงจริงจังแบบนั้น โอ เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ตามใจคุณก็แล้วกัน
ในที่สุดเราก็เข้าใจกันซะที
คุณถนัดเหลือเกินนะ ที่จะจัดการให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเย็นชาเหมือนเป็นเรื่องธุรกิจ เธอหันไปเหน็บ ฉันแปลกใจที่เห็นทัศนคติแบบนี้ ทั้งที่ครอบครัวของคุณก็มีความสุขปกติดีทุกอย่าง เธอใช้สายตาพูดต่อว่า เห็นมีแต่ตัวเขาเท่านั้นแหละที่ มีปัญหา
มันก็แฟร์ดีถ้าพิจารณาว่าผมให้สิ่งที่พวกเธอคาดหวังไม่ได้
ชายหนุ่มมองใบหน้าเรียวละมุนนิ่ง
แต่รับรองว่าถ้าเป็นเมอา ผมจะยอมตกลงในรายละเอียดที่คุณร้องขอทีหลัง ผมเป็นคนใจกว้างมาก
อะไรกัน! เขานี่มัน.... เธอเม้มปาก วางจานอาหารใบเล็กลงก่อนที่จะทำมันตกแตกเพราะมือสั่น หรือแตกเพราะฟาดหัวเขาให้เลือดชั่วๆ ที่ชอบดูถูกคนอื่นไหลออกมาเสียบ้าง ฉันเป็นจิตแพทย์ส่วนตัวของคุณนะ เธอใช้เวลานานพอดูจึงเค้นประโยคนั้นออกไปได้
แบบนั้นจะยิ่งช่วยได้มาก ผมมักมีปัญหาตอนกลางคืน
เธอเกือบจะหลุดประโยคโต้ตอบแรงๆ ออกไปเพราะโทสะ หากไม่สะดุดใจบางอย่างเสียก่อน
คลื่นความเครียด และอะไรบางอย่างดำมืดน่ากลัว... ที่แผ่ออกมาปกคลุมตัวเขา ก่อนจะถูกควบคุมเอาไว้อย่างรวดเร็วเช่นกับที่มันเกิดขึ้นจนเธอนึกว่าคิดไปเอง หากมนพัทธ์แน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง
คุณหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหม เล่าให้ฉันฟังสิคะ
เล่า... ใบหน้าคมสันซึ่งดูเหมือนจะหมกมุ่นหันมามองเธอ ก่อนจะส่ายหัว ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกน่า
คุณเรียกร้องให้ฉันเป็นคนดูแลเคสของคุณเองนะคะ เฟดเดอร์ ฉันจะทำงานได้ยังไงถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคุณเต็มที่
เอาไว้ทีหลัง
ฉันจะสั่งยาให้ ถ้าคุณนอนไม่หลับ หรือมีปัญหา
ผมไม่ต้องการยา! เสียงของเขาแข็งกระด้างขึ้นมาจนเธอตกใจ
มนพัทธ์ขยับตัวให้มองเห็นเขาได้ถนัดตา แต่ถึงตอนนั้นเขาก็กลับมาเป็นตัวของตัวเองเต็มที่แล้ว แปลว่า คุณเคยกินยามาแล้ว ผลมันเป็นยังไงคะ
มันทำให้ผมคิดอะไรได้ไม่ทะลุปรุโปร่ง
คุณไม่ได้มาพบฉันเป็นคนแรก
เฟดเดอร์นิ่งไปแทนคำตอบ ทำให้เธอยิ่งแปลกใจมากขึ้น แฟ้มประวัติคนไข้ของเขาที่เธอกวาดสายตาดูคร่าวๆ ไม่ได้บอกว่าเขาเคยพบจิตแพทย์และใช้ยา แต่อาจเป็นได้ว่าเขาจะใช้นายแพทย์ประจำครอบครัวเขียนใบสั่งจ่ายยาให้
คุณหมอให้ยาตัวไหนกับคุณคะ
Antipsychotic drugs ชื่อ... เฟดเดอร์เอ่ยชื่อทางการค้าของตัวยาที่เขาได้รับให้เธอฟัง
มนพัทธ์ย่นหัวคิ้ว ยาต้านโรคจิตหลายชนิดที่ใช้ในปัจจุบันสำหรับคนที่เกิดภาวะเครียดอย่างรุนแรง มีผลข้างเคียงน้อยมาก ตัวที่เขาใช้อยู่ก็เช่นกันจนเขาไม่น่ารู้สึกถึงมัน หญิงสาวสงสัยแทบขาดใจว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง
มันอาจจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง น้ำเสียงของเธออ่อนลงอย่างปลอบโยนเหมือนที่ใช้กับคนไข้ปกติครั้งหน้าที่เราพบกัน ฉันขอถ่ายภาพสมองของคุณด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ(3) ได้ไหมคะ
ผมไม่มีทางเข้าไปอยู่ในไอ้เครื่องบ้านั่นแน่
คุณมีปัญหาอะไรกับไอ้เครื่องที่ว่านั่นเหรอคะ
ผมไม่ได้ป่วยขนาดนั้น เมอา
ฉันคงตัดสินใจไม่ได้ถ้าคุณไม่ยอมเล่าให้ฉันฟังเธอโต้เสียงหวาน
ผมอาจจะยอมเล่า... เขาจ้องเข้ามาในดวงตาดำขลับของเธอ ในสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างเช่นบนเตียง อันที่จริงผมไม่เคยชินกับการเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังต่อให้เป็นหมอก็เถอะ แต่ถ้าเป็นคุณผมคงต้านทานไม่ไหว
เธอห้ามตัวเองไม่ให้ถลึงตาใส่เขาอย่างยากลำบาก ผู้ชายคนนี้พยายามใช้ความโกรธของเธอเป็นเครื่องมือเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
คุณคงไม่เคยไว้ใจใครเลยสิท่า
สำหรับครอบครัวของผมแล้วมันจำเป็น คุณหมอ
มนพัทธ์อึ้งไปนิดกับเหตุผลนั้น รู้ว่าครอบครัวของเขา เคยถูกคนใกล้ชิดทรยศ น้ำเสียงต่อมาจึงอ่อนลง ฉันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจิตแพทย์ส่วนตัวของคุณ ความลับกับสุขภาพของคนไข้เป็นจรรยาบรรณสำคัญซึ่งคนอาชีพอย่างเราจะต้องนึกถึงเป็นอย่างแรก คุณเป็นคนขอให้ฉันดูแลเคสของคุณเองนะคะ โปรดไว้ใจฉันเถอะค่ะ
ผมจะไม่ยอมให้เรื่องของผมไปอยู่บนเอกสารแผ่นไหน
งั้นมันก็จะไม่อยู่บนเอกสารแผ่นไหน เธอบอกหลังจากไตร่ตรองอยู่ไม่กี่วินาที
เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้แค่ได้อยู่ใกล้คุณ ผมก็อาการดีขึ้นแล้ว คุณหมอ
คำพูดนั้นคงฟังน่าขันเหมือนประโยคจีบสาวเชยๆ แต่เมื่อมันถูกพูดออกมาจากปากของผู้ชายใบหน้าคร้ามคมจนดูดุที่มีดวงตายิ้มได้ในบางครั้ง มนพัทธ์เลยหัวใจกระตุกจนต้องรีบเมินหนีไปทางอื่นไม่ให้เขาเห็นความผิดปกติ โดยเสยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบแล้วลุกขึ้นยืน
ฉันควรกลับได้แล้ว คุณคิดว่ามิสเตอร์เอสโฮวาจะให้ใครสักคนเรียกแท็กซี่ให้ฉันได้หรือเปล่า
ผมจะไปส่งคุณเอง ต้องไปรับลูกกลับบ้านด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ
เรียกแท็กซี่สะดวกกว่าค่ะ ฉันต้องไปเอารถที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยไปรับเกร็กกลับบ้าน ไม่งั้นจะไม่มีรถไปส่งเขาไปโรงเรียนตอนเช้า แล้วไปทำงานต่อน่ะค่ะ
ผมจะไปส่งคุณกับเด็กเอง แล้วพรุ่งนี้จะให้ใครมารับคุณไปทำงานแล้วก็ส่งเด็กไปโรงเรียน คุณค่อยขับรถกลับมาจากโรงพยาบาลตอนเย็น จะได้ไม่เสียเวลา
ทำแบบนั้นจะรบกวนคุณเปล่าๆ ค่ะ
ผมไม่เดือดร้อนตรงไหน ไปลาโจเอคิมกันเถอะ
ท่าทางเขาจะชอบเวโรนิก้านะคะ หญิงสาวมองเข้าไปในห้องโถงแล้วเอ่ยอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นเจ้าภาพก้มลงพูดอะไรบางอย่างข้างหูของจิตแพทย์สาวหัวหน้างานของเธอด้วยอาการสนิทสนมเกินเพื่อน
โจเอคิมชอบผู้หญิงสวยทุกคน
แล้วคุณไม่ชอบเหรอคะ เธอเดินเคียงร่างสูงใหญ่กลับเข้าไปในห้องโถง
สำหรับผม จะสวยน้อยหน่อยก็ได้ ผมเน้นที่สรีระมากกว่า แล้วก็ชอบให้พวกเธอมีสมองบ้าง สายตาของเขาลดต่ำลงมองร่างเพรียว ทว่ามีสัดสวนโค้งเว้าเย้ายวนของเธออย่างมีความหมาย จนใบหน้าของมนพัทธ์ร้อนวูบ
คุณมันพวกเหยียดเพศ! เธออดได้เสียก็ดีหรอก
****************************************************************
July 07, 2012
รีดเดอร์ที่รัก
เจอกันอีกทีวันที่ 9 ค่ะ ^ ^
Maneechan มณีจันท์
